6 กรกฎาคม 2561
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) (TCELS) ศูนย์เทคโนโลยีทางทันตกรรมขั้นสูง (ADTEC) ร่วมกับคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดทำโครงการ การวิจัยและพัฒนาแผ่นดามกระดูกและหมุดยึดสำหรับสัตว์เล็ก ที่มีน้ำหนักตัวไม่เกิน 7 กิโลกรัม สำหรับผ่าตัดซ่อมแซมโรคกระดูกหักในสัตว์เล็ก เช่น สุนัขและแมว โดยทีมวิจัยได้ดำเนินการศึกษาที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลว่าด้วยเครื่องมือแพทย์ (ISO 13485) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของแผ่นโลหะและหมุดยึดดามกระดูกบริเวณขาหน้าท่อนล่าง (radius) ของสัตว์ที่มีน้ำหนักตัวไม่เกิน 7 กิโลกรัม จนสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตให้กับเอกชนในประเทศ รวมทั้งยังเป็นการทดแทนการนำเข้าของแผ่นโลหะและหมุดยึดดามกระดูกสัตว์เล็กจากต่างประเทศ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทีมวิจัยได้น้อมนำพระกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ถ่ายทอดผ่านมาให้กับทีมศัลยสัตวแพทย์ของโรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใจความว่า “ให้ทำงานวิจัยค้นคว้าพัฒนาวัสดุฝังในทางการแพทย์สำหรับใช้ในมนุษย์ และให้ทำวิจัยสำหรับใช้ในสัตว์ให้มาก ซึ่งท้ายที่สุดก็จะเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์”
นางรัตนา เล็งศิริวัฒน์ รองผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ กล่าวว่า “TCELS เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในการสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องชีววิทยาศาสตร์ รวมถึงการผลักดันให้เกิดการนำผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาได้ไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์”
“จุดเริ่มต้นที่ทำให้ริเริ่มการทำงานวิจัยนี้ เกิดจากปัญหากระดูกหักในสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือแมว และจำนวนสัตว์ที่ถูกนำมารักษาที่โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีเพิ่มมากขึ้น การรักษาจะใช้แผ่นดามกระดูกและหมุดยึดแผ่นดามที่ใช้สำหรับกระดูกใบหน้าคนมาปรับใช้กับสัตว์ ซึ่งไม่ค่อยเหมาะกับกระดูกสัตว์ และต้องนำเข้ามาในราคาที่สูง จากปัญหาที่พบจึงได้มีการพัฒนาแผ่นดามกระดูกและหมุดยึดสำหรับสัตว์เล็ก”
นางรัตนา ยังกล่าวอีกว่า “จากความสำเร็จในการพัฒนาผลงานวิจัยชิ้นนี้ได้มีบริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มารับการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งธุรกิจดั้งเดิมของบริษัทนี้คือการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการถ่ายทอดนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์สู่ภาคเอกชนที่มีธุรกิจดั้งเดิมที่ไม่ใช่เครื่องมือแพทย์ และเป็นครั้งแรกที่สามารถผลิตวัสดุฝังในสำหรับสัตว์ในประเทศเพื่อลดการนำเข้า ทำให้เจ้าของผู้ที่รักสัตว์ ได้มีโอกาสนำสัตว์เลี้ยงของตนมารับบริการได้อย่างทั่วถึง ในราคาที่เหมาะสม”
“นอกจากนี้เทคโนโลยีที่ได้วิจัยและพัฒนาขึ้น สามารถเป็นต้นแบบเพื่อต่อยอดสู่การพัฒนาวัสดุฝังในขั้นสูงสำหรับใช้ในมนุษย์และสัตว์ประเภทอื่นๆได้ ซึ่งถือได้ว่าสอดคล้องกับนโยบายประเทศไทย 4.0 ที่ต้องการส่งเสริม และผลักดันให้มีการพัฒนานวัตกรรมเพื่อขยายอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ให้ได้มาตรฐานเพื่อรองรับตลาดในประเทศไทย และขยายสู่ตลาดอาเซียนต่อไปในอนาคต TCELS และหน่วยงานพันธมิตร ยังคงเดินหน้าในการส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสุขภาพ ไม่ว่าจะส่งเสริมด้านเงินทุน การจับคู่ทางธุรกิจ ให้คำปรึกษาด้านการลงทุน รวมถึงการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา” นางรัตนากล่าว
ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยถึงแนวคิดว่า “นวัตกรรมแผ่นดามกระดูกและหมุดยึดสำหรับสัตว์เล็กถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จของการนำผลงานที่เกิดจากการวิจัยและพัฒนาไปสู่ภาคอุตสาหกรรม สอดรับกับนโยบาย Thailand 4.0 ที่ต้องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม โดยการเปลี่ยนการผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่การผลิตสินค้าเชิงนวัตกรรม ซึ่งเทคโนโลยีทางการแพทย์หรือเครื่องมือแพทย์ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายของรัฐบาล และโดยที่นวัตกรรมแผ่นดามกระดูกและหมุดยึดสำหรับสัตว์เล็กนี้ได้รับการออกแบบและผลิตโดยคนไทยร่วมกับนักวิจัยที่เป็นผู้ใช้งานโดยตรงจึงทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีความเหมาะสมต่อการใช้งาน สามารถทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ ส่งผลให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงการบริการรักษาสัตว์ด้านศัลยกรรมกระดูกได้มากยิ่งขึ้น”
“มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยส่งเสริมและผลักดันให้นวัตกรรมแผ่นดามกระดูกและหมุดยึดสำหรับสัตว์เล็กนำไปสู่การพึ่งพาตนเองทั้งในแง่การผลิตและการใช้งาน ด้วยการนำร่องการใช้งานนวัตกรรมดังกล่าวในโรงพยาบาลสัตว์ในสังกัดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทั้ง 4 โรงพยาบาล ได้แก่
รวมถึงยังรับเป็นผู้อบรมการใช้งานนวัตกรรมหมุดยึดแผ่นดามกระดูกและแผ่นดามสำหรับสัตว์เล็กให้กับตัวแทนบริษัท เพื่อให้สามารถเข้าใจรายละเอียดวิธีการใช้งาน เพื่อประโยชน์ในการประชาสัมพันธ์และการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่อไป และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นวัตกรรมหมุดยึดแผ่นดามกระดูกและแผ่นดามสำหรับสัตว์เล็ก จะประสบความสำเร็จสอดรับกับ บันได 3 ขั้นตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยการพึ่งพาตนเอง พึ่งพากันเองและรวมกันเป็นกลุ่มอย่างมีพลัง และเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะส่งเสริมและผลักดันให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สอดคล้องกับนโยยาย Thailand 4.0 ในลักษณะเดียวกันนี้อย่างต่อเนื่องตลอดไป” ดร.จงรักกล่าว
นายพร้อมพงศ์ ไชยกุล กรรมการ / กรรมการบริหาร / กรรมการบริหารความเสี่ยง / รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (สายงานการจัดการวัตถุดิบ) บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “บริษัทฯ เล็งเห็นในประสิทธิภาพของงานวิจัยที่ทางภาควิชาสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ร่วมกับ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) (TCELS) ศูนย์เทคโนโลยีทางทันตกรรมขั้นสูง (ADTEC) ได้ทำวิจัยร่วมกันนั้น สามารถตอบโจทย์การเข้าถึงบริการ การรักษาอย่างเหมาะสมและในราคาที่ถูกลง ทั้งสัตว์เลี้ยงและผู้ที่เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงต่างก็ได้รับความสุข และเปรียบเสมือนภาพสะท้อนที่แสดงให้เห็นถึงความรักที่เกิดขึ้นระหว่างกันระหว่างมนุษย์และสัตว์เลี้ยงได้อย่างชัดเจนอีกด้วย”
“ผลิตภัณฑ์นี้ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบขึ้นเฉพาะสำหรับการนำไปใช้ในสัตว์เลี้ยงขนาดเล็ก ยิ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาเครื่องมือแพทย์ไทย ที่ใช้ได้ทั้งในมนุษย์หรือสัตว์ สามารถตอบโจทย์ความต้องการภายในประเทศรวมไปถึงการส่งออกไปสู่ตลาดอาเซียน นอกจากนี้เทคโนโลยีที่ได้วิจัยและพัฒนาขึ้นนี้ จะเป็นต้นแบบที่สำคัญในการนำไปต่อยอดการผลิตวัสดุฝังในขั้นสูงสำหรับใช้ในมนุษย์และสัตว์ประเภทอื่นๆ”
การออกแบบและผลิตต้นแบบแผ่นดามกระดูกและหมุดยึดสำหรับสัตว์ ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นจนได้เป็น ผลิตภัณฑ์แผ่นดามกระดูกและหมุดยึดสำหรับสัตว์เล็กไม่เกิน 7 กิโลกรัม ตรงตามความต้องการและนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสม จนสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตให้บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ครั้งแรกของประเทศไทย ซึ่งจะทำให้เจ้าของสัตว์หรือผู้ที่รักสัตว์ ได้มีโอกาสพาสัตว์เลี้ยง เข้าถึงบริการการรักษาอย่างเหมาะสมและในราคาที่ถูกลง เสมือนมอบการรักษาแทนความรักความห่วงใยจากคนสู่สัตว์เลี้ยงให้พวกเขาได้มีชีวิตและสุขภาพร่างกายที่ดี
นอกจากนี้เทคโนโลยีที่ได้วิจัยและพัฒนาขึ้นนี้จะเป็นต้นแบบที่สามารถนำไปต่อยอดการผลิตวัสดุฝังในขั้นสูงสำหรับใช้ในมนุษย์และสัตว์ประเภทอื่นๆ ได้ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริม และผลักดันอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศไทย 4.0 เพื่อรองรับตลาดในประเทศและขยายการส่งออกไปสู่ตลาดอาเซียนในอนาคต