7 เมษายน 2563
จากกระแสรักสุขภาพและการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ตลาดอาหารทางการแพทย์และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยอาหารทางการแพทย์ (Medical food) นั้นหมายถึง อาหารที่ต้องใช้ภายใต้การควบคุมของแพทย์เพื่อช่วยผู้ป่วยให้ได้รับสารอาหารที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อโรค ในขณะที่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Food supplement) หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้รับประทานนอกเหนือจากการรับบประทานอาหารตามปกติ ซึ่งมีสารอาหารหรือสารอื่นเป็นองค์ประกอบสำหรับผู้บริโภคที่คาดหวังประโยชน์ทางด้านส่งเสริมสุขภาพ
ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ 2/2557 ลงวันที่ 3 ธันวาคม 2557 ซึ่งบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558 ได้กำหนดเป้าหมายในการส่งเสริมการลงทุนทั้งในประเทศและการลงทุนของไทยในต่างประเทศเพื่อพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน โดยมุ่งเน้นส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา การสร้างนวัตกรรม การสร้างมูลค่าเพิ่มของภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ และการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยผู้ขอรับการส่งเสริมที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน จะได้รับสิทธิประโยชน์ทั้งทางภาษีอากร (เช่น การยกเว้น/ลดหย่อนอากร) และไม่เกี่ยวกับภาษีอากร (เช่น อนุญาตให้นำเข้าช่างฝีมือและผู้ชำนาญการมาทำงาน)
สำหรับกิจการผลิตอาหารทางการแพทย์หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้น นับเป็นกิจการประเภทที่ 1.18 ในหมวดเกษตรกรรมและผลิตผลจากการเกษตรตามบัญชีประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริมการลงทุนทั่วไป ซึ่งกิจการประเภทนี้จัดเป็นกิจการที่ได้รับสิทธิประโยชน์ประเภท A2 โดยกิจการผลิตอาหารทางการแพทย์ (Medical food) หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Food supplement) ที่ขอเข้ารับการส่งเสริมนั้น ต้องได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือหน่วยงานอื่นที่เป็นมาตรฐานสากล และสำหรับกิจการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้องมีกระบวนการสกัดเพื่อให้ได้ Active ingredient นอกจากนี้ กิจการที่ขอรับการส่งเสริมต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การอนุมัติโครงการตามคู่มือการขอรับการส่งเสริมการลงทุนด้วย
สิทธิประโยชน์พื้นฐานที่กิจการจะได้รับประกอบด้วย การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปี การยกเว้นอากรนำเข้าเครื่องจักร การยกเว้นอากรวัตถุดิบผลิตเพื่อส่งออก และได้รับสิทธิประโยชน์ที่ไม่ใช่ภาษีอื่น ๆ เช่น การอำนวยความสะดวกด้าน visa/ work permit แก่ช่างฝีมือ การถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน การส่งออกเงินตราต่างประเทศ และการอนุญาตให้ใช้แรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือถูกกฎหมาย เป็นต้น นอกจากนี้ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนยังมีมาตรการสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม (Merit-based incentives) เช่น
จะเห็นได้ว่า ภาครัฐให้การสนับสนุนด้านการลงทุนในกิจการผลิตอาหารทางการแพทย์หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้นน่าสนใจไม่น้อย เนื่องจากเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องและสร้างมูลค่าเพิ่มสูงให้แก่เศรษฐกิจ แม้ว่าที่ผ่านมาในปี 2561 จะมีข่าวการพบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ไม่ได้มาตรฐานในตลาดอย่างต่อเนื่องซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการตัดสินใจของผู้บริโภคบ้าง แต่แนวโน้มในระยะยาวจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่รักและใส่ใจสุขภาพมากขึ้นยังคงทำให้ธุรกิจดังกล่าวน่าสนใจอยู่ ดังนั้น ผู้ประกอบการที่สนใจเข้ามาในธุรกิจดังกล่าวนอกจากจะต้องให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดไว้และรักษาคุณภาพของสินค้าแล้วนั้น อาจนำปัจจัยด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษีและไม่ใช่ภาษีเหล่านี้ไปประกอบการพิจารณาลงทุนเพิ่มเติมด้วย สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับการขอรับการส่งเสริมการลงทุนสามารถขอรับคำแนะนำเพิ่มเติมได้ที่ กองกำกับดูแลและวิเคราะห์โครงการลงทุนในหมวดที่ 1 หรือ “อุตสาหกรรมเกษตรเทคโนโลยีชีวภาพ และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์” สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน