แนวโน้มตลาดหุ่นยนต์ทางการแพทย์

2 มีนาคม 2563

          แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าหุ่นยนต์จะมีลักษณะเหมือนมนุษย์ หรือที่เรียกว่า ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid) ซึ่งประกอบด้วยหัว แขน และขา แต่อันที่จริงแล้วหุ่นยนต์ไม่จำเป็นต้องมีลักษณะเหมือนมนุษย์ แต่อาจเป็น เพียงแขนกลดังเช่นที่นิยมใช้ทั่วไปในโรงงานอุตสาหกรรม ปัจจุบันมีการใช้หุ่นยนต์เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่พัฒนาแล้วเพื่อทดแทนกับจำนวนแรงงานที่ลดลง รวมทั้งมีการใช้หุ่นยนต์นอกภาคอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย ในขณะที่จำนวนบุคลากรทางการแพทย์นั้นมีจำกัด ตัวอย่างของหุ่นยนต์ทางการแพทย์ ได้แก่ หุ่นยนต์ใช้ในการผ่าตัด (หุ่นยนต์ช่วยในการผ่าตัดและหุ่นยนต์ที่ช่วยหยิบอุปกรณ์การผ่าตัดให้กับทีมผ่าตัด) หุ่นยนต์เพื่อช่วยในด้านพัฒนาการของเด็ก หุ่นยนต์เพื่อการติดตามผู้ป่วยบนหอผู้ป่วย หุ่นยนต์ทางการพยาบาล หุ่นยนต์เพื่อการขนส่งทางการแพทย์ หุ่นยนต์เพื่อการกายภาพบำบัด หุ่นยนต์ในห้องปฏิบัติการ หุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุ ตลอดจนหุ่นยนต์ประชาสัมพันธ์ นอกจากนี้ ยังรวมถึงหุ่นยนต์ที่ใช้เกี่ยวกับยา เช่น หุ่นยนต์จัดยา หุ่นยนต์สำหรับเตรียมยาเคมีบำบัด หุ่นยนต์สำหรับร้านขายยา และหุ่นยนต์สำหรับอุตสาหกรรมยาที่ใช้เพื่อการผลิตยาในโรงงาน

 

          บริษัทวิจัยตลาดหลายแห่งในโลก ได้ประเมินรายได้ของตลาดหุ่นยนต์การแพทย์ทั่วโลกในปี 2555 ว่ามีมูลค่าอยู่ที่ 6.62 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 46.24 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2565 หรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีอยู่ที่ร้อยละ 20 โดยปัจจัยผลักดันที่ส่งผลให้ตลาดนี้ยังคงมีการเติบโตในระดับสูง ได้แก่ การเพิ่มขึ้นของความต้องการในการรักษาที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการผ่าตัดที่แม่นยำขึ้น รวมถึงการเพิ่มขึ้นของจำนวนการผ่าตัดจากระดับการเกิดโรคที่เพิ่มขึ้น สำหรับประเทศไทยนับตั้งแต่ปี 2548 มีความต้องการใช้หุ่นยนต์ทางการแพทย์เพิ่มขึ้น ในขณะที่แรงงานในสาขาสุขภาพมีจำกัด แม้การใช้หุ่นยนต์ทางการแพทย์จะสามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานได้ แต่หุ่นยนต์ทางการแพทย์ยังคงมีราคาสูงเมื่อเทียบกับการค่าจ้างและวิธีดูแลรักษาแบบอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ในอนาคตอันใกล้ หลายๆ ประเทศ อาทิ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และจีน มีแนวโน้มที่จะผลิตหุ่นยนต์ทางการแพทย์เพื่อขายในเชิงพาณิชย์มากขึ้น ทำให้ราคาของหุ่นยนต์ต่ำลง ประเทศไทยจึงมีแนวโน้มนำเข้าหุ่นยนต์ทางการแพทย์เพิ่มมากขึ้นในอนาคต และเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ประกอบการไทยที่จะพัฒนาหุ่นยนต์ทางการแพทย์เพื่อตอบสนองความต้องการภายในประเทศ และการส่งออกในอนาคต




 

For more information please contact TCELS

 

Disclaimer
บทความฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด ศูนย์ฯอาจมีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงข้อมูลได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณของตนเอง และรับผิดชอบในความเสี่ยงทั้งสิ้น ศูนย์ฯจะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Chat

เครื่องมือช่วยเหลือ

ขนาดตัวอักษร

ก ก ก