25 ตุลาคม 2566
จากการที่หน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชน ฮิวแมน ไรท์ส วอทช์ กล่าวหาว่า อิสราเอลใช้ "ระเบิดฟอสฟอรัสขาว" ในปฏิบัติการทางทหารในกาซ่าและเลบานอน ซึ่งสร้างความกังวลต่ออันตรายรุนเเรงระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นกับพลเรือน โดยกองทัพอิสราเอลออกเเถลงการณ์ปฏิเสธ พร้อมระบุว่าข้อกล่าวหาดังกล่าว "เป็นเท็จโดยสิ้นเชิง" นั้น เราลองมาทำความรู้จักกับระเบิดฟอสฟอรัสขาวนี้กันว่า มันคืออะไรและมีความร้ายแรงอย่างไร และหวังว่าระเบิดอานุภาพร้ายแรงเช่นนี้จะไม่ถูกนำมาใช้ในสงครามใดๆ ทั้งสิ้น
ฟอสฟอรัสนั้นแท้จริงแล้วเป็นธาตุที่สามารถพบได้ในทุกเซลล์ในร่างกาย ถือเป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูกและฟัน มีความสำคัญต่อการทำงานที่เป็นปกติของหัวใจ ไต และระบบประสาท แม้แต่ในพืชเองฟอสฟอรัสก็เป็นธาตุที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของรากพืช ช่วยในการสังเคราะห์แสง สร้างแป้งและน้ำตาล ฟอสฟอรัสจึงถูกใช้ในอุตสาหกรรมปุ๋ย รวมไปถึงอุตสาหกรรมอีกหลายประเภท เช่น ยาฆ่าแมลง หัวไม้ขีดไฟ ดอกไม้ไฟ ระเบิด เป็นต้น
ฟอสฟอรัสขาวเป็นอัญรูป (Allotropes) หนึ่งของธาตุฟอสฟอรัสบริสุทธิ์ที่เกิดจากอะตอมฟอสฟอรัส 4 ตัวมารวมกัน (สูตรโมเลกุล: P4) มีลักษณะนิ่มคล้ายขี้ผึ้ง กลิ่นคล้ายกระเทียม โมเลกุลมีรูปร่างเป็นทรงสี่หน้า (Tetrahedron) ไม่มีอะตอมกลางจึงทำให้มีแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลอ่อน จึงมีจุดหลอมเหลวต่ำและระเหยง่ายแม้ที่ในอุณหภูมิห้องและถูกออกซิไดซ์โดยออกซิเจนในอากาศได้ง่าย ด้วยคุณสมบัตินี้ทำให้ฟอสฟอรัสขาวสามารถติดไฟลุกเองได้ง่าย และยังเป็นสายระคายเคืองกัดกร่อนเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดความผิดปกติต่อระบบอวัยวะได้หลายระบบ ด้วยคุณสมบัตินี้ทำให้ฟอสฟอรัสขาวถูกนำมาใช้เป็นอาวุธสงครามเนื่องจากราคาที่ถูก หาง่าย และส่งผลร้ายแรงต่อศัตรู
ระเบิดที่มีส่วนผสมของฟอสฟอรัสขาวจะเผาไหม้อย่างรวดเร็วในอากาศที่แห้งและดับยากมาก โดยจะลุกเป็นไฟต่อเนื่องจนกว่าฟอสฟอรัสจะหมดหรือไม่สัมผัสกับออกซิเจน หากฟอสฟอรัสขาวสัมผัสกับผิวหนังจะทำให้เกิดแผลไหม้รุนแรงและอาจไหม้ผิวหนังไปถึงกระดูก การสัมผัสฟอสฟอรัสขาวเป็นเวลานานยังทำให้ฟอสฟอรัสถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายจากบริเวณที่ถูกเผาไหม้ ส่งผลทำลายตับ หัวใจ และไต และในบางกรณีก็ทำให้การทำงานของอวัยวะล้มเหลว เพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตอีกด้วย นอกจากนี้การใช้ระเบิดฟอสฟอรัสสีขาวทำให้เกิดควันสีขาวหนาและร้อนซึ่งประกอบด้วยอนุภาคของไดฟอสฟอรัสเพนทอกไซด์ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาออกซิเดชันของฟอสฟอรัสขาว เมื่อสัมผัสและสูดดมเข้าไปอาจทำให้เยื่อเมือกของดวงตาและจมูกและทางเดินหายใจระคายเคืองและอาจทำให้เกิดอาการไอรุนแรงได้
ด้วยความรุนแรงจากผลของการใช้ฟอสฟอรัสขาวนี้ ทำให้ฟอสฟอรัสขาวเป็นอาวุธร้ายแรงที่ถูกห้ามภายใต้ข้อตกลงอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้อาวุธธรรมดาบางประเภท ซึ่งห้ามการใช้อาวุธเพลิงโจมตีเป้าหมายทางทหารที่อยู่ท่ามกลางพลเรือน เพราะเป็นสารที่ทำอันตรายและสร้างความเจ็บปวดทรมานแก่มนุษย์อย่างร้ายแรงนั่นเอง
เครดิตภาพ :
1. ภาพการใช้ระเบิดฟอสฟอรัสขาวบริเวณชายแดนประเทศเลบานอน ในวันที่ 11 ตุลาคม 2566 (ภาพจากผู้ใช้ X (Twitter เก่า) ชื่อ @nourabohsn)
2. ภาพแผลไหม้ที่เกิดจากฟอสฟอรัสขาว (https://www.theguardian.com/world/video/2009/jan/19/gaza-phosphorus-victim)