18 มกราคม 2563
ปัจจุบัน ประเทศไทยมีการทำวิจัยด้าน genomic หรือ genetic หรือเซลล์และยีนบำบัดในขั้นตอน clinical trial จำนวนประมาณ 2,000 คนในโรงพยาบาลรัฐ ซึ่งกระจายตามสาขาต่างๆ อาทิ โรคมะเร็ง โรคที่เกิดจากพันธุกรรม การถอดรหัสจีโนมของคนไทย เป็นต้น โดยองค์ความรู้จากการถอดรหัสจีโนมนั้น นับเป็นองค์ความรู้ที่ต้องนำไปใช้เพื่อวินิจฉัยโรค เพื่อทำวิจัยในการใช้เซลล์และยีนบำบัด และเพื่อประโยชน์อื่นๆ ต่อไป
มูลค่าของตลาดเซลล์ต้นกำเนิดในปี 2559 พบว่ามีมูลค่าราว 6.87 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ และได้มีการคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 15.63 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2568 หรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมประมาณร้อยละ 9.2 ต่อปี สำหรับปัจจัยที่ทำให้ตลาดดังกล่าวมีการเติบโต ได้แก่ การขยายขอบเขตงานวิจัยเพื่อให้สามารถนำผลการทดลองทางคลินิกไปพัฒนาเพื่อรักษาโรคต่างๆ และการค้นพบ วิธีการใหม่ๆ ในการสร้างสเต็มเซลล์จากมนุษย์ของนักวิทยาศาสตร์เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของการผลิตสเต็มเซลล์ที่ใช้สำหรับตรวจสอบศักยภาพในการจัดการโรค ซึ่งปัจจัยดังกล่าวคาดว่าจะสามารถผลักดันให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่ประกอบไปด้วยเซลล์และยีนบำบัด
ในปัจจุบันอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับเซลล์และยีนบำบัดในตลาดโลกมีอัตราการเติบโตเป็นอย่างมาก ทำให้สามารถแบ่งตลาดได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ ตลาดสเต็มเซลล์ เซลล์บำบัด และยีนบำบัด ซึ่งคาดว่าในปี 2562 ตลาดสเต็มเซลล์มีมูลค่า 8.65 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีการเติบโตเฉลี่ยราวร้อยละ 8.8 ต่อปี สำหรับตลาดเซลล์บำบัดคาดมูลค่าในปี 2562 มีมูลค่า 5.22 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีการเติบโตเฉลี่ยราวร้อยละ 5.34 ต่อปี ในขณะที่มูลค่าตลาดยีนบำบัด ในปี 2562 มีมูลค่า 0.53 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีการเติบโตเฉลี่ยอยู่ราวร้อยละ 33.9 ต่อปี
For more information please contact TCELS
Disclaimer
บทความฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด ศูนย์ฯอาจมีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงข้อมูลได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณของตนเอง และรับผิดชอบในความเสี่ยงทั้งสิ้น ศูนย์ฯจะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น