30 พฤศจิกายน 2565
ที่มา ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล ลงวันที่ 13 พ.ย. 2565
นายธนิน ศรีเศรษฐี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ “DOD” ผู้ดำเนินธุรกิจรับจ้างพัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ODM) จากสารสกัดธรรมชาติ เปิดเผยว่า หลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศฉบับที่ 439 พ.ศ. 2565 เรื่องผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออล เป็นส่วนประกอบ (ฉบับที่ 2) มีสาระสำคัญคือเพิ่มเติมรายละเอียดข้อกำหนดกรณีสารสกัด CBD ที่ผสมกับวัตถุอื่น เพื่อช่วยในกระบวนการผลิต หรือเพื่อปรับแต่งคุณสมบัติการละลายน้ำของสารสกัด CBD ให้เหมาะสมต่อการนำไปใช้ในกระบวนการผลิตอาหาร และปรับแก้ไขข้อกำหนดรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและปริมาณสารสกัด CBD สูงสุดที่อนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารให้เหมาะสมมากขึ้นนั้น ถือเป็นโอกาสในเปิดรับออเดอร์ในผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีสารสกัด CBD เพิ่มมากขึ้น บริษัทฯ อยู่ระหว่างการวิจัยและร่วมพัฒนาสูตร เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ในรูปแบบ ซอฟเจล ชงดื่ม แคปซูล เยลลี่ ให้กับกลุ่มลูกค้าที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯและกลุ่มลูกค้าทั่วไปกว่า 30 ราย หรือประมาณ 30-40 SKU เบื้องต้นคาดว่าจะทยอยสรุปดีลและทยอยส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้กับกลุ่มลูกค้าได้ ตั้งแต่ไตรมาส 1/2566 เป็นต้นไป บริษัทจึงคาดว่าภายหลังจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่มีส่วนผสมจากสารสกัด CBD เริ่มมีการวางจำหน่ายจากกลุ่มลูกค้าแล้ว จะมียอดออเดอร์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มจากผลิตผลิตภัณฑ์ประมาณ 15 ล้านบาทต่อเดือน ขณะที่บริษัท สยาม เฮอเบิล เทค จำกัด” (“SH”) บริษัทย่อยของ “DOD” ซึ่งดำเนินธุรกิจโรงสกัดสารสกัดจากกัญชง-กัญชา พืชกระท่อม และพืชสมุนไพรไทย โดยมีทุนจดทะเบียน 260 ล้านบาทนั้น ขณะนี้ “SH” ได้ใบอนุญาตในการผลิตยา ภายใต้มาตรฐาน GMP / Pharmaceutical Inspection Co-operation Scheme (PIC/S)ซึ่งเป็นมาตรฐานโรงงานผลิตยา ตามมาตรฐานสากล จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งนับว่าเป็นบริษัทเอกชนรายแรกที่สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ CBD ทางการแพทย์ ภายใต้มาตรฐานPIC/S ต้องยอมรับว่าเป็นโรงสกัดที่มีความพร้อมด้านการผลิต ในทุกๆมิติ และที่สำคัญเป็นโรงสกัดที่ได้มาตรฐานสูง สามารถผลิตยาส่งออกต่างประเทศได้ตามมาตรฐานสากล และยังถือว่าเป็นโรงสกัดที่ได้มาตรฐานสากลเชิงพาณิชย์อย่างถูกกฎหมายเป็นรายแรกของภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ปัจจุบัน “SH” ได้เริ่มดำเนินการสกัดสาร CBD เพื่อจำหน่ายให้กับหน่วยงานราชการทางการแพทย์ รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการบริษัทเอกชน เพื่อให้ลูกค้าในกลุ่มดังกล่าวสามารถนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ และ นำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบต่างๆในขั้นตอนต่อไป