“บีโอไอ”ดึงเบลเยียมลุย“อีอีซี” นำร่องโรงงาน“ไบโอเบส”หนุน“บีซีจี”

31 พฤษภาคม 2565

          ซีบีย์ เดอ การ์ทีเย ดีฟว์ เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเบลเยียมประจำประเทศไทย กล่าวว่า ทั้ง 2 ประเทศก้าวผ่านความยากลำบากจากวิกฤติโควิด-19 และเริ่มกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ปี 2564 แสดงถึงความยืดหยุ่นและการรับมือสถานการณ์วิกฤติได้ดี ทำให้บริษัทเอกชนเริ่มเคลื่อนไหวโดยการวางแผนขยายการลงทุน “ตั้งแต่เดือน 1 เม.ย.2565 เป็นต้นมา เริ่มมีการเดินทางระหว่างไทย-เบลเยียม ด้วยข้อกำหนดการควบคุมโรคที่ผ่อนคลายขึ้น โดยข้อมูลจากสายการบินไทยระบุว่าเที่ยวบินบรัสเซลล์-กรุงเทพ มีผู้โดยสารมากขึ้นและคาดว่าจะกลับไปมีจำนวนเที่ยวบินตรงระหว่าง 2 เมืองตามตารางปกติได้เร็วๆ นี้”นอกจากนี้ ทั้ง 2 ประเทศมีมูลค่าการค้ารวมกัน 2,500 ล้านบาท และมีบริษัทเบลเยียม 40 บริษัทที่ลงทุนในไทย สร้างการจ้างงานและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี โดยความสัมพันธ์ดังกล่าวมีแนวโน้มจะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นด้วยศักยภาพของ 2 ประเทศ ช่วงที่เศรษฐกิจทั่วโลกกำลังฟื้นตัวผนวกปัญหาภาวะโลกร้อนถือเป็นความท้าทายที่ต้องรับมือด้วยวิธีการที่ต่างจากเดิม และ เบลเยียมมีศักยภาพเป็นพาร์ทเนอร์สำคัญในขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้นโยบาย BCG ของไทย ด้วยวิสัยทัศน์ของเบลเยียมในการสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจพร้อมกับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ ธุรกิจที่สร้างพลังงานสะอาดจากไบโอแมสและขยะ สำหรับโครงการล่าสุดที่เป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท ไบโอเบส ยุโรป ไพล็อท แพลนท์ (BBEPP) ประเทศเบลเยียม และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ตั้ง บริษัท ไบโอเบส เอเชีย ไพล็อท แพลนท์ (BBAPP) ในพื้นที่ “Biopolis” เมืองนวัตกรรมชีวภาพที่รองรับการทำวิจัยขยายผล ซึ่งเป็นแพลทฟอร์มนวัตกรรมในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) จ.ระยอง ทั้งนี้ จะเป็นโรงงานต้นแบบแห่งแรกในไทยและอาเซียนที่มีคุณสมบัติโดดเด่น แตกต่างจากบริษัทอื่นที่ประกอบธุรกิจลักษณะเดียวกัน เพราะ BBAPP มีพันธกิจในการพัฒนาและขยายขนาดผลิตภัณฑ์ชีวภาพและกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน รวมทั้งรองรับการวิจัยและพัฒนาจากภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ ในระดับขยายขนาดกระบวนการหรือผลิตภัณฑ์ชีวภาพจากระดับห้องปฏิบัติการสู่ระดับนำร่องและต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์
 

Chat

เครื่องมือช่วยเหลือ

ขนาดตัวอักษร

ก ก ก