รมว.กระทรวงวิทย์ฯ เปิดงานสตาร์ทอัพ ชลบุรี ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเขตนวัตกรรมภาคตะวันออก

26 พฤษภาคม 2560

วันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ.2560 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ GISTA ศรีราชา จ.ชลบุรี  ดร.อรรชกา  สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้กล่าวในโอกาสที่เดินทางมาเป็นประธานในการเปิดงาน Startup Thailand 2017 ว่า การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นการเปิดตัวสำหรับการจัดงาน Startup Thailand 2017 ขึ้นครั้งแรกในระดับภูมิภาค และถือเป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นในภูมิภาคตะวันออก ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งภูมิภาคที่มีความสำคัญและมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจชั้นนำของอาเซียน ซึ่งทางภาครัฐได้มีโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ Eastern Economic Corridor (EEC) ขึ้นมา เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม โดยเฉพาะใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่ถือเป็น New Engine of Growth ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต 

ดร.อรรชกา กล่าวต่อไปว่า ในการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีและการพัฒนานวัตกรรมเป็นเครื่องมือสำคัญ จึงได้มีการพิจารณาและกำหนดแผนการพัฒนาเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก Eastern Economic Corridor of innovation หรือ EECi ขึ้น ให้เป็นส่วนหนึ่งของแผนในโครงการฯ โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับพันธมิตรจากหน่วยงานภาคเอกชน สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ 

“สำหรับ EECi ถือเป็นอีกหนึ่งในโครงการสำคัญของรัฐบาลที่มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการต่อยอดการวิจัย เพื่อพัฒนาสู่การสร้างนวัตกรรมและเพื่อพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมที่สมบูรณ์ เพื่อให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ที่มีความ 
เข้มแข็งและมีความพร้อมในการพัฒนางานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมต่างๆ ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับและพัฒนาอุตสาหกรรมเดิมให้มีการนำเทคโนโลยีมาสร้างนวัตกรรมที่เพิ่มมูลค่า ช่วยลดต้นทุน ตลอดจนสร้างให้เกิดอุตสาหกรรมฐานนวัตกรรมใหม่ที่สร้างมูลค่าเพิ่มและขับเคลื่อนการเติบโตให้แก่เศรษฐกิจของประเทศ”

ทั้งนี้งาน Startup Thailand ถือเป็นอีกกลไกหนึ่งของภาครัฐ ในการส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศ ผ่านการสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจเริ่มต้น หรือ Startup โดยเฉพาะในกลุ่ม TECH Startup ในสาขาต่างๆ นอกจากภาครัฐจะมุ่งหวังให้กลุ่ม Startup เหล่านี้ สามารถเติบโตและพัฒนาอย่างยั่งยืนได้แล้ว ยังมุ่งหวังให้ Startup เหล่านี้ มีศักยภาพและเป็นกำลังสำคัญที่สามารถสนับสนุนการพัฒนายกระดับกลุ่มผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสาขาต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมหลักของประเทศด้วย ซึ่งจะส่งผลโดยรวมต่อการยกระดับอุตสาหกรรมของไทยทั้งระบบ และส่งเสริมการสร้างรายได้และการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ตาม การพัฒนา Startup นั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและเติบโตของ Startup หรือ Startup Ecosystem ดังนั้น งาน Startup Thailand ที่จัดขึ้น จึงไม่ได้มุ่งเน้นแต่เพียงการเติบโตของ Startup กลุ่มเดียว แต่เพื่อมุ่งส่งเสริม Startup และพัฒนา Startup Ecosystem ทั้งระบบให้สามารถส่งเสริมการพัฒนา และเอื้อประโยชน์ระหว่างกัน      

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยังได้กล่าวต่อไปอีกว่า ดังนั้นกลไกของภาครัฐจึงจำเป็นจะต้องเชื่อมโยงการพัฒนา Startup ทั้ง ecosystem และรวมไปถึงการพัฒนาเครือข่ายมหาวิทยาลัย การสนับสนุนกลุ่มนักลงทุน การสร้างเครือข่ายการพัฒนาระหว่างประเทศ และการสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับ Startup อีกด้วย ดังนั้น จึงถือว่างาน Startup Thailand เป็นเวทีกลางที่เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อการสนับสนุนการ พัฒนา และเติบโตของ Startup ทั้งระบบ ในมิติต่างๆ ซึ่งแนวคิดการจัดงานในภูมิภาคตะวันออกครั้งนี้ Eastern Rise ได้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจและจุดประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้เป็นอย่างดี ถึงความมุ่งหวังและต้องการยกระดับการเติบโตของทั้งภูมิภาคไปพร้อมๆ กัน เพราะทุกคน ทุกธุรกิจ ถือเป็นส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนประเทศสู่การพัฒนาที่มั่นคงอย่างยั่งยืน ที่จะยกระดับและพัฒนาผู้ประกอบการ Startup ของไทย ให้เข้มแข็งและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ 

ด้าน รศ.ดร.สมเจตน์ ทิณพงษ์ ประธานกรรมการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ และประธานกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ ได้กล่าวในการเปิดงานครั้งนี้ว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะผู้จัดงาน Startup Thailand 2017 ซึ่งถือเป็นหน่วยงานหลักที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลในการจัดโครงการ National Campaign Startup Thailand ขึ้น เพื่อสนับสนุนนโยบายการปรับโครงสร้างระบบเศรษฐกิจของประเทศ ที่มุ่งเน้นการพัฒนา Startup เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการกำหนดให้ประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่สามารถใช้ทรัพยากรของประเทศในการผลิตสินค้าและบริการมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่ม การจ้างงานในท้องถิ่น และการกระจายรายได้สู่ภูมิภาค ซึ่งถือเป็นกลไกในการขับเคลื่อนประเทศ 

“โดยหน้าที่หลักของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ก็คือ การสนับสนุนส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นที่เน้นการ พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ รวมถึงการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการดำเนินธุรกิจ เพราะเทคโนโลยีและ 
นวัตกรรมจะเป็นเครื่องมือและกลไกสำคัญที่สนับสนุนการพัฒนาธุรกิจ” 

รศ.ดร.สมเจตน์ กล่าวต่อไปว่าการจัดงาน Startup Thailand ถือเป็นอีกกลไกหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของ Startup และการส่งเสริมความสมบูรณ์ของ Startup Ecosystem ในภูมิภาคต่างๆ ซึ่งจากความสำเร็จของการจัดงาน Startup Thailand ในปีที่ผ่านมามา ได้เกิดกระแสตอบรับและการพัฒนากลไกสนับสนุน  Startup ในวงกว้าง กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จึงได้กำหนดจัดงาน Startup Thailand 2017 ขึ้นอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นการสนับสนุนการต่อยอดทาง ธุรกิจ และการต่อยอดในการพัฒนาขับเคลื่อน Startup ของประเทศไทย โดยการจัดงานในครั้งนี้กำหนดเดินสายทั่วทุกภูมิภาค ได้แก่ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ภาคเหนือ และภาคกลาง โดยแนวคิดและบริบทของแต่ละภาคจะแตกต่างกันออกไป 

สำหรับการจัดงาน Startup Thailand 2017 ในปีนี้ เพื่อแสดงจุดยืนและความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นประเทศเศรษฐกิจฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ด้วยการส่งเสริม สนับสนุน และสร้างแรงบันดาลใจแก่สตาร์ทอัพที่มีศักยภาพในการขยายธุรกิจและสร้างตลาดใหม่ ให้สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยโครงการและบริการต่างๆ ที่จะช่วยสนับสนุนจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 

สำหรับกิจกรรมสำคัญที่น่าสนใจและจะเกิดขึ้นภายในงาน ตลอด 2 วันในหัวข้อต่างๆ นั้นได้แก่ International Conference & Seminar : พบกูรูและผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ Startup จากทั่วโลก มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ แลกเปลี่ยนความรู้  Startup Showcase : การรวมตัวของเหล่าสตาร์ทอัพจากทั้งในและต่างประเทศมานำเสนอผลงานนวัตกรรม แนวคิด และการบริการที่สร้างสรรค์  Startup Ecosystem Showcase นิทรรศการที่รวบรวมกลุ่มผู้สนับสนุนทางธุรกิจภาคเอกชน  นักลงทุน มหาวิทยาลัย และหน่วยสนับสนุน Startup จากทั้งในและต่างประเทศ  Government Services : รวมบริการจากภาครัฐ เพื่อการสนับสนุนและการต่อยอดทางธุรกิจของ Startup และ Pitching Challenge : ค้นหาสุดยอด Startup จากเวที Startup Thailand 

“โดย Startup Thailand Pitching Challenge ในรอบคัดเลือกจะคัดผู้ชนะเลิศในแต่ละภาคมา 5 ภาค และมาแข่งขันตัดสินเพื่อหาผู้ชนะเลิศ Startup Thailand Grand Pitching Challenge ที่กรุงเทพฯ ส่วน Startup Thailand League สำหรับระดับมหาวิทยาลัยก็จะมีการแข่งขันในรอบคัดเลือกจาก 4 ภาค และมาตัดสินชนะเลิศที่กรุงเทพฯ เช่นเดียวกัน” ดร.สมเจตน์กล่าวในที่สุด

Chat

เครื่องมือช่วยเหลือ

ขนาดตัวอักษร

ก ก ก