ศาสาตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก รมว.อว. มอบรางวัล Life Sci. Level Up Challenge 2020 ผลักดันความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ มุ่งสร้างผู้ประกอบการสตาร์ทอัพการแพทย์และสุขภาพไทย

3 กันยายน 2563

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในงาน “Demo Day: Life Sci. Level Up Challenge 2020” มอบรางวัล “Life Sci. Level Up Challenge 2020” โครงการกิจกรรมส่งเสริมและบ่มเพาะกลุ่มนักวิจัยและบริษัท Startup ด้านเทคโนโลยีการแพทย์และสุขภาพรายใหม่ 2020
 
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเซลส์ (TCELS) จับมือร่วมกับ ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เปิดเวทีงาน “Demo Day: Life Sci. Level Up Challenge 2020” ณ ณ ลานเจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม กรุงเทพฯ วันที่ 2 กันยายน 2563 เพื่อส่งเสริมและบ่มเพาะกลุ่มบริษัท Startup และนักวิจัยด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์และสุขภาพรายใหม่ โดยผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือก จำนวน 27 ทีม ได้เข้าร่วมพัฒนาศักยภาพแบบเจาะลึกกับวิทยากรชื่อดังที่มากด้วยความรู้และประสบการณ์ อาทิ อาจารย์ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย, ดร.เลอสรร ธนสุกาญจน์, คุณปฐมพงษ์ เล็กสมบูรณ์ และคุณไกรวิน วัฒนะรัตน์ เป็นต้น จำนวน 30 ชั่วโมง ระหว่างเดือนมิถุนายน - สิงหาคม 2563 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และร่วมพิชิตโอกาสทางธุรกิจมูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท  
 
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวภายในงานว่า “ขอชื่นชมผู้ประกอบการทุกรายที่เข้าร่วมอบรมในโครงการ Life Science Level Up Challenge 2020 จนสามารถพัฒนาธุรกิจได้สำเร็จ รวมถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ช่วยกันผลักดันให้เกิดโครงการ Life Science Level Up Challenge 2020 ขึ้น โดยรัฐบาลได้ให้ความสำคัญและต้องการสร้างผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับกับความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ ซึ่งต้องอาศัยความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ในการดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้ เห็นว่าความสามารถด้านชีววิทยาศาสตร์ของไทยนับเป็นอันดับต้นๆ ของภูมิภาคอาเซียนและทวีปเอเชีย ยกตัวอย่าง จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา หรือ COVID-19 ที่ผ่านมา ประเทศไทยสามารถผลิตชุด PPE คัดกรองโควิด-19 ซักใช้ซ้ำได้ 20 ครั้ง และราคาเพียง 700 กว่าบาท หากเปรียบเทียบกับของต่างประเทศที่มีราคาสูงถึงหมื่นบาทและใช้ได้เพียงครั้งเดียว นับเป็นความก้าวหน้าและสร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศ ซึ่งหากประเทศใดขาดการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมย่อมมีความเสี่ยงที่จะถูกภัยคุกคามด้านต่างๆ และส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศอย่างแน่นอน”
 
“เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า รางวัลที่มอบให้ผู้ชนะการแข่งขันในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้ได้รับการพัฒนาและสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน และขอให้ผู้ได้รับรางวัลครั้งนี้ สามารถพัฒนาธุรกิจต่อไปได้อย่างดีและยินดีที่ได้เป็นเกียรติในการมอบรางวัลให้กับคนไทยที่ประสบความสำเร็จ” ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก กล่าว
 
ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ กล่าวถึงที่มาของการจัดงานครั้งนี้ว่า “กว่า 4 ปีที่ผ่านมา ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเซลส์ (TCELS) ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้ประกอบการด้านชีววิทยาศาสตร์มาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ดำเนินโครงการกิจกรรมส่งเสริมและบ่มเพาะกลุ่มนักวิจัยและบริษัท Startup ด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์และสุขภาพรายใหม่ 2020 หรือ Life Science Level Up Challenge 2020 ขึ้น เพื่อส่งเพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้เกิดผู้ประกอบการรายใหม่ด้านชีววิทยาศาสตร์ผ่านกลไกด้านต่างๆ ในการสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการธุรกิจด้านชีววิทยาศาสตร์ของประเทศไทยให้สามารถแข่งขันระดับภูมิภาคและระดับสากล อันเป็นการขยายการค้า การลงทุนและเพิ่มมูลค่าตลาดในอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ของประเทศ”
 
โครงการ Life Science Level Up Challenge 2020 เป็นโครงการที่บูรณาการกระบวนการทั้งหมดเพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการธุรกิจด้านชีววิทยาศาสตร์ของประเทศไทยมีความพร้อม เพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรตามเป้าหมายดังที่กำหนดไว้ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการที่มีศักยภาพให้ก้าวสู่ตลาดสากลอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2563 ประกอบด้วยพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ 3 ระยะ ได้แก่ ระยะแรกคือ การอบรมความรู้ทางธุรกิจ ระยะที่สอง เป็นการพัฒนาทักษะเฉพาะของผู้ประกอบการและสร้างให้เกิดเครือข่ายทางธุรกิจ และระยะสุดท้ายทุกทีมจะได้รับการวิเคราะห์แบบเจาะลึกจากผู้เชียวชาญเพื่อลดจุดอ่อนและเสริมจุดเด่นในการสร้างการเติบโตและต่อยอดทางธุรกิจ
 
ในปีนี้มีผู้ประกอบการที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการจำนวน 27 ทีม จากผู้สมัคร 43 ทีม ซึ่งมาจากทุกภูมิภาคของประเทศไทย แบ่งเป็นหมวดนวัตกรรมยา สมุนไพร การรักษาแนวใหม่ บริการด้านเซลล์และยีน ทั้งหมด 5 ทีม, หมวดนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ เทคโนโลยีการตรวจและวินิจฉัย เครื่องมืออัจฉริยะ ทั้งหมด 9 ทีม, หมวดนวัตกรรมระบบบริการเทคโนโลยีสารสนเทศทางการแพทย์และสุขภาพ ทั้งหมด 4 ทีม และ หมวดนวัตกรรมเครื่องสำอางอาหารเสริม ทั้งหมด 9 ทีม เข้าร่วมการแข่งขันเพื่อคัดเลือกทีมที่มีความโดดเด่นในการสร้างและนำเสนอแผนธุรกิจให้เกิดโอกาสในการเติบโตเหมาะสมที่สุดจำนวน 5 ทีม โดยได้รับเกียรติจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้มีความเชี่ยวชาญและมีชื่อเสียงด้านการพัฒนาธุรกิจและการพัฒนานวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ของไทยมาเป็นกรรมการตัดสิน พร้อมทั้งได้รับเกียรติจากนักลงทุน ผู้ประกอบการ นักวิชาการ นักวิจัยและประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้ารับฟังและร่วมกิจกรรม เพื่อสร้างโอกาสและเครือข่ายทางธุรกิจทั้ง 5 ทีมที่มีความโดดเด่นนั้น จะได้รับรางวัลเป็นเงินสนับสนุนเพื่อพัฒนาต่อยอดธุรกิจมูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท

Chat

เครื่องมือช่วยเหลือ

ขนาดตัวอักษร

ก ก ก