1 กันยายน 2566
ที่มา ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล ลงวันที่ 20 ก.ย. 2565
คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการเปิดเผยว่า ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทย หนึ่งในเป้าหมายของยุทธศาสตร์ new S Curve ของประเทศ ที่ภาครัฐให้การส่งเสริม คือ การสร้างศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub)และ ตลาดท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism Hub) ที่มีมูลค่าราว 500,000 ล้านบาท จากการวิจัยของธนาคารกรุงศรี ซึ่งรัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญของการสร้างไทยให้เป็น Medical Hub รวมถึงการสร้างระบบนิเวศให้ประเทศเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ตัวอย่างเช่น BOI ส่งเสริมการลงทุนด้านการวิจัยทางคลินิกและศูนย์วิจัยทางคลินิกธุรกิจทั้งสองประเภท จะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี โดยไม่จำกัดจำนวน "โรงพยาบาลและการรักษาพยาบาลของไทยถือว่าอยู่ในระดับที่นานาชาติยอมรับคุณภาพ และค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก จึงเป็นประโยชน์ต่อคนไข้อย่างมาก ทั้งนี้โรงพยาบาลจะต้องมีการลงทุนในเรื่องของดิจิทัลและให้บริการที่ดี ซึ่งทางรัฐบาลไทยได้เตรียมคนให้เข้ากับสภาพของการเปลี่ยนแปลงทั้งโรงเรียน และโรงพยาบาล เพื่อให้คนที่จบการศึกษามีคุณภาพมากเพียงพอและสอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมทุกอย่าง ซึ่งไม่ใช่แค่หมอแต่เราต้องการความรู้ความสามารถด้านอื่นๆ ส่วนเรื่องการรักษาพยาบาลประเทศไทยยังได้รับคำชมใน 3 ปีที่ผ่านมาในช่วงโควิดระบาดไทยสามารถที่จะจัดการได้ดีอันดับที่ 6 ของโลก"