30 พฤศจิกายน 2565
ที่มา ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล ลงวันที่ 16 พ.ย. 2565
นายนิชิมูระ ยาสึโตชิ รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า หลังวิกฤติโควิด-19 โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องการเร่งลดคาร์บอนเพื่อช่วยโลก ซึ่งเป็นประเด็นที่ท้าทายอย่างมากของภาคธุรกิจ กุญแจสำคัญในการจะเอาชนะความท้าทายนี้ได้คือภาคธุรกิจจะต้องร่วมมือกับกลุ่มสตาร์ทอัพในการพัฒนา deep tech เพื่อพัฒนาธุรกิจสีเขียว โดยประเทศไทยเป็นพันธมิตรที่สำคัญมากในการสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจในหลายภาคส่วน เช่น อุตสาหกรรมการผลิตและพลังงาน ดังนั้นความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในอนาคตระหว่างไทยและญี่ปุ่น สิ่งสำคัญคือต้องตั้งเป้าหมายเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนผ่านการร่วมสร้างสรรค์ หรือ co-creation ในด้านนวัตกรรมและการสร้างเศรษฐกิจให้มีมูลค่าสูง เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ทั้งนี้รัฐบาลญี่ปุ่นจะขยายทุนส่งเสริมสตาร์ทอัพที่ได้ร่วมมือกับพันธมิตรในท้องถิ่นกว่า 500 ล้านบาท และจัดสรรงบอีก 1.3 พันล้านบาทในการพัฒนาธุรกิจที่ยกระดับห่วงโซ่อุปทานภูมิภาคนี้ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งรวมไปถึงการส่งเสริมด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระหว่างรัฐบาลญี่ปุ่นและธุรกิจของไทยผ่าน เจโทร กรุงเทพฯด้วย“งาน Rock Thailand ครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญในการนำบริษัทเทคสตาร์ทอัพชั้นนำจากญี่ปุ่นรวม 9 ทีมที่น่าสนใจมานำเสนอแผนธุรกิจทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการสนับสนุนแนวคิด BCG Economy Model ที่ประเทศไทยใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว และยังเป็นแนวคิดหลักของการประชุม APEC 2022”