4 August 2018
ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือ ทีเซลส์ (TCELS) จัดงานประกาศผลสุดยอดหุ่นยนต์ทางการแพทย์เพื่อสุขภาพ i-MEDBOT Innovation Contest 2018 โดยมีผลงานที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศทั้งหมด 10 ผลงาน พร้อมนำเสนอเพื่อชิงความเป็นหนึ่ง เมื่อวันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม 2561 ณ ลานกิจกรรม ชั้น 7 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา แกรนด์ พระราม 9
ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ กล่าวถึงการประกวดในครั้งนี้ ว่า “การประกวดสุดยอดหุ่นยนต์ทางการแพทย์เพื่อสุขภาพ i-MEDBOT Innovation Contest 2018 ในปีนี้ ได้รับการตอบรับที่ดีมาก มีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดอย่างคับคั่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีหุ่นยนต์ทางการแพทย์ของไทย จากทั้งภาคการศึกษาและเอกชน ซึ่งทีเซลกำลังแสวงหานวัตกรรมการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาประยุกต์ใช้ในด้านการแพทย์บนฐานของเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนและผลักดันให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ใหม่ๆ ที่สามารถนำไปสู่การประยุกต์ใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้จริง และนำไปสู่การพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับหุ่นยนต์ทางการแพทย์ อันเป็น 1 ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็น ประเทศอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) สอดคล้องกับนโยบายการขับเคลื่อนประเทศไทยตามโมเดลการพัฒนาประเทศไทย 4.0”
“TCELS ได้คาดการณ์ว่า หุ่นยนต์ทางการแพทย์จะเข้ามามีบทบาทและเป็นที่ต้องการอย่างมากในประเทศไทย เพราะนอกจากจะส่งผลด้านเศรษฐกิจแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนไทยได้ด้วย การนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้ในโรงพยาบาล นอกจากจะสามารถลดระยะเวลาและอำนวยความสะดวกให้ผู้มาเข้ารับบริการแล้ว ยังเป็นการลดภาระงานให้บุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์เหล่านั้น ได้ใช้เวลาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถและให้บริการผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่” ดร.นเรศกล่าว
ทั้งนี้การผลักดันนวัตกรรมด้านหุ่นยนต์ทางการแพทย์หรือสุขภาพที่พร้อมเข้าสู่ตลาด จึงเป็นส่วนหนึ่งของกลไกการขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมทางการแพทย์ ซึ่งนอกจากที่จะทำให้โรงพยาบาลสามารถลดต้นทุนได้แล้ว ในภาพรวมของประเทศไทยที่กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และอาจต้องนำเข้าเครื่องมือทางการแพทย์ที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงเข้ามาเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันสัดส่วนการนำเข้าอยู่ที่ประมาณ 1 แสนล้านบาท และมีการอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 10% ทุกปี ขณะที่ในประเทศไทย การเติบโตของเทคโนโลยีหุ่นยนต์ทางการแพทย์ อยู่ในอัตรา 5 – 10% ต่อปี ซึ่งถ้าหากคนไทยสามารผลิตได้เองเพื่อทดแทนการนำเข้า ก็จะช่วยประหยัดงบประมาณของประเทศได้มาก การเตรียมความพร้อมในด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ ด้วยสมาร์ทโรโบติกส์ ไม่เพียงจะสร้างสมาร์ทไลฟ์ให้คนไทยเท่านั้น แต่จะเป็นโอกาสที่ดีทางเศรษฐกิจ ที่จะทำให้เราสามารถก้าวไปยังการเป็นผู้นำด้านการแพทย์และสาธารณสุขของโลก ไปพร้อมๆ กับการก้าวครั้งสำคัญที่จะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยในอนาคต
ผลงานที่เข้ารอบชิงชนะเลิศทั้ง 10 ทีมได้แก่
ซึ่งรางวัลของผู้ที่ชนะเลิศอันดับ 1 จะได้ใบประกาศเกียรติคุณและเงินรางวัล 150,000 บาท, รางวัลที่ 2 จะได้ใบประกาศเกียรติคุณและเงินรางวัล 100,000 บาท และ รางวัลที่ 3 จะได้ใบประกาศเกียรติคุณและเงินรางวัล 50,000 บาท
ผลงานที่ชนะเลิศมีดังนี้